Website Banner
     
 
     แนวคำพิพากษาศาลฎีกา
 
     
 
 
พรบ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 
  พรบ.แรงงานสัมพันธ์  พ.ศ.2518 
 
คำพิพากษาศาลฎีกาเด็ด
 
     
 
     คำพิพากษาศาลฎีกาอื่นๆ
 
     
 
 
เรื่องมอบอำนาจ
 
โจทก์ขาดนัดพิจารณา
 
ฟ้องเคลือบคลุม
 
ฟ้องซ้อน
 
ฟ้องซ้ำ
  อายุความสัญญาเงินกู้
 
     
 
     หมวดหมู่ที่น่าสนใจ
 
     
 
แบบฟอร์มศาล
ประกาศต่างๆ 
  สัญญาต่างๆ
  New Update
 
     
 
     ติดต่อราชการศาล
 
     
 
  ศาลแรงงานกลาง
  ศาลแรงงานภาค ๒
  ศาลยุติธรรม
  ศาลปกครอง
  ศาลรัฐธรรมนูญ
  สำนักงานอัยการสูงสุด
  กระทรวงยุติธรรม
  คณะกรรมการกฤษฎีกา
  กรมบังคับคดี
  สภาทนายความ
 
     
 
     หน่วยงานราชการสำคัญ
 
     
 
  กระทรวงแรงงาน
  กรมการจัดหางาน
  กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
  กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
  สำนักงานประกันสังคม
  กรมสรรพากร
  กรมบัญชีกลาง
  กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  กระทรวงอุตสาหกรรม
  กรมโรงงานอุตสาหกรรม
  กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
  การนิคมอุตสาหกรรม
 
     
 
 
:: WEB  COUNTERS ::
 
 
 
     
     
 
 
 
 

กรณีที่โจทก์ขาดนัดพิจารณานั้น ซึ่งศาลต้องจำหน่ายคดีไป เว้นแต่จำเลยนั้นจะขอให้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป หากต่อมาศาลยกฟ้องโจทก์ โจทก์จะมายื่นขอพิจารณาคดีใหม่ได้หรือไม่ครับ โดยอ้างว่าตนไม่ได้จงใจขาดนัด หรือมีเหตุสมควร
ตอบ ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 207 ใช้คำว่าคู่ความ(ซึ่งหมายความทั้งโจทก์และจำเลย) ฝ่ายที่ขาดนัดพิจารณาคดี คู่ความฝ่ายนั้นอาจมีคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้ และไม่มีมาตราใดบัญญัติห้ามมิให้โจทก์ที่ขาดนัดพิจารณาที่แพ้คดียื่นคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ ดังนั้นจึงยื่นได้ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 207 ครับ ซึ่งให้นำมาตรา 199 ตรี 199 จัตวา และ 199 เบญจ มาใช้บังคับโดยอนุโลม กล่าวคือ ต้องไม่ได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น และต้องไม่เคยมีคำสั่งให้พิจารณาคดีนั้นใหม่มาครั้งหนึ่งแล้ว คำขอให้พิจารณาคดีใหม่ต้องไม่ต้องห้ามตามกฎหมาย ต้องยื่นภายใน ๑๕ วัน และต้องแสดงให้ศาลเห็นว่าหากได้พิจารณาคดีนั้นใหม่ตนอาจเป็นฝ่ายชนะ และต้องมีเหตุควรเชื่อว่าการขาดนัดนั้นมิได้เป็นไปโดยจงใจหรือมีเหตุอันสมควร ครับ
2. กรณีเดียวกับข้างต้น แต่เปลี่ยนเป็นโจทก์ขออุทธรณ์คำสั่งจำหน่ายคดี ซึ่งตามความเข้าใจของผมคือกฎหมายห้ามโจทก์อุทธรณ์ คำสั่งจำหน่ายคดี แต่ให้ฟ้องใหม่ภายในกำหนดอายุความ ไม่ทราบว่าผมเข้าใจถูกหรือเปล่าครับ
ตอบ ถูกต้องแล้วครับ มาตรา 203 บัญญัติห้ามไว้ชัดแจ้งแล้วครับ (ก็เสียค่าธรรมเนียมศาลใหม่เท่านั้นเองครับ ถ้าคดีไม่ขาดอายุความ) แต่ถ้าเป็นความบกพร่องของทนาย ทนายอาจต้องเป็นผู้จ่ายค่าธรรมเนียมศาลรอบสองนี้เองนะครับ 
 
 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1216/2543
โจทก์ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่หลังจากที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว การพิจารณาคำขอดังกล่าวจึงต้องพิจารณาเป็นลำดับ คือ ศาลต้องพิจารณาคำขอนั้นก่อนว่าถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 207 และ 208 หรือไม่ แล้วพิจารณาต่อไปว่ามีเหตุสมควรเชื่อว่าคู่ความฝ่ายที่ขาดนั้นมาศาลไม่ได้หรือไม่ ตามมาตรา 209 วรรคหนึ่ง การที่คู่ความจงใจขาดนัดก็เป็นกรณีไม่มีเหตุสมควรเชื่อว่าคู่ความฝ่ายที่ขาดนัดนั้นมาศาลไม่ได้นั่นเอง เมื่อศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วเห็นว่า โจทก์พลั้งเผลอเป็นเหตุให้หลงลืมวันนัดและไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์นัดแรก ไม่ใช่เหตุอันสมควรที่โจทก์จะมาศาลไม่ได้และยกคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ จึงเท่ากับศาลชั้นต้นวินิจฉัยแล้วว่าการขาดนัดพิจารณาของโจทก์เป็นไปโดยจงใจ
  
 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2509/2551 ป.วิ.พ.มาตรา 201, 203, 206 วรรคสาม, 207
 
คู่ความที่ขาดนัดพิจารณาโดยไม่จงใจ มีสิทธิขอให้ศาลพิจารณาคดีใหม่ได้เฉพาะใน 2 กรณี คือ ในระหว่างพิจารณาคดีฝ่ายเดียว ถ้าคู่ความที่ขาดนัดมาศาลภายหลังที่ศาลเริ่มต้นสืบพยานของคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งไปบ้างแล้ว และศาลเห็นว่าคู่ความฝ่ายนั้นไม่จงใจขาดนัดหรือมีเหตุอันสมควร ศาลจึงจะสั่งให้พิจารณาคดีใหม่ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 206 วรรคสาม แต่ถ้าคู่ความที่ขาดนัดพิจารณานั้นคงขาดนัดตลอดไปจนศาลพิจารณาคดีฝ่ายเดียวไปจนเสร็จสิ้นแล้ว และพิพากษาให้คู่ความที่ขาดนัดพิจารณาแพ้คดีในประเด็นพิพาท คู่ความซึ่งแพ้คดีโดยไม่จงใจขาดนัดยังมีสิทธิขอให้ศาลพิจารณาคดีใหม่ได้ เว้นแต่จะต้องด้วยข้อห้ามตามกฎหมายตาม ป.วิ.พ.มาตรา 207 เมื่อโจทก์จำเลยขาดนัดพิจารณาและศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีตาม ป.วิ.พ.มาตรา 201 เสร็จสิ้นไปแล้ว ย่อมไม่มีการพิจารณาคดีฝ่ายเดียวอันจะทำให้โจทก์มีสิทธิขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้ สิทธิของโจทก์มีอยู่ทางเดียวตาม ป.วิ.พ. มาตรา 203 คือ ฟ้องใหม่ภายในอายุความเท่านั้น

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ขณะเกิดเหตุ จำเลยที่ 1 กระทำการในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 และกระทำละเมิดขับรถยนต์กระบะแล่นทับตัวโจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 717,210 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาในวันนัดสืบพยานโจทก์เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2547 คู่ความทั้งสองฝ่ายไม่มาศาล ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดี โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ โดยอ้างเหตุว่าโจทก์มิได้จงใจขาดนัด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง
 
โจทก์อุทธรณ์
 
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
 
โจทก์ฎีกา 

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า “มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์ขอให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ได้หรือไม่ เห็นว่า คู่ความที่ขาดนัดพิจารณาโดยไม่จงใจ มีสิทธิขอให้ศาลพิจารณาคดีใหม่ได้เฉพาะใน 2 กรณี คือ ในระหว่างพิจารณาคดีฝ่ายเดียวถ้าคู่ความที่ขาดนัดมาศาลภายหลังที่ศาลเริ่มต้นสืบพยานของคู่ความฝ่ายหนึ่งไปบ้างแล้ว และศาลเห็นว่า คู่ความฝ่ายนั้นไม่จงใจขาดนัดหรือมีเหตุอันสมควร ศาลจึงจะสั่งให้พิจารณาคดีใหม่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 206 วรรคสาม แต่ถ้าคู่ความที่ขาดนัดพิจารณานั้นคงขาดนัดตลอดไปจนศาลพิจารณาคดีฝ่ายเดียวไปจนเสร็จสิ้นแล้ว และพิพากษาให้คู่ความที่ขาดนัดพิจารณาแพ้คดีในประเด็นพิพาทคู่ความซึ่งแพ้คดีโดยไม่จงใจขาดนัดยังมีสิทธิขอให้ศาลพิจารณาคดีใหม่ได้ เว้นแต่จะต้องด้วยข้อห้ามตามกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 207 เมื่อโจทก์จำเลยขาดนัดพิจารณาและศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 201 เสร็จสิ้นไปแล้ว ย่อมไม่มีการพิจารณาคดีฝ่ายเดียวอันจะทำให้โจทก์มีสิทธิขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้ สิทธิของโจทก์มีอยู่ทางเดียวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 203 คือ ฟ้องใหม่ภายในอายุความเท่านั้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น”
 
พิพากษายืน
 
หลักกฎหมาย การขาดนัดพิจารณาฏีกาที่น่าสนใจ (ฏีกาที่ 6721/2544, 6588/2541, 3388/2545)
 
กรณีโจทก์ไม่มาศาลในวันนัดสืบพยาน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาลให้เลื่อนคดี ถือว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณา ซึ่งศาลจะต้องจำหน่ายของโจทก์ออกจากสารบบความ เว้นแต่ จำเลยได้ขอให้ศาลพิจารณาคดีต่อไป โดยไม่ต้องคำนึงว่าการขาดนัดพิจารณาของโจทก์จะเป็นไปโดยจงใจหรือไม่ หรือมีเหตุสมควรประการใด (ฏีกาที่ 7695/2546)
หมายเหตุ 

1).กรณีศาลจำหน่ายคดีเพราะโจทก์ขาดนัดตาม ป.วิ.พ.ม.203 ห้ามมิให้โจทก์อุทธรณ์คำสั่งจำหน่ายคดี
(2).อุทธรณ์ของโจทก์ฉบับหลังอ้างเหตุว่าไม่ได้จงใจขาดนัด มิได้อ้างว่าศาลดำเนินกระบวนพิจารณาผิดระเบียบเช่นอุทธรณ์ฉบับเก่า จึงเป็นอุทธรณ์ขอให้พิจารณาคดีใหม่ด้วยเหตุมิได้จงใจขาดนัด ซึ่งเป็นการอุทธรณ์คำสั่งจำหน่ายคดีของศาลชั้นต้น
(3).หากกรณีจำหน่ายอุทธรณ์คำขอฉบับแรกด้วยเหตุที่ศาลยกคำร้องขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบเช่นนี้ โจทก์สามารถอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อไปได้
(4).สิทธิของโจทก์ที่ศาลจำหน่ายคดีเพราะเหตุขาดนัดพิจารณาตาม ม.202 นั้น โจทก์มีสิทธิที่จะฟ้องคดีใหม่ภายในอายุความ
กรณีที่ศาลไม่อนุญาตให้ทนายโจทก์ถอนตัวจากการเป็นทนายความต้องถือว่าทนายความนั้นยังดำเนินคดีแทนโจทก์ เมื่อเซ็นทราบวันนัดสืบพยานโจทก์แล้วถือว่าโจทก์ทราบวันนัดสืบพยานโดยชอบแล้ว เมื่อโจทก์ไม่มาศาลในวันนัดพิจารณาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาลให้เลื่อนคดี จึงถือว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณา ศาลชอบที่จะจำหน่ายคดีโจทก์ออกจากสารบบความได้
โจทก์ขาดนัดพิจารณา โดยหลักแล้วศาลจะจำหน่ายคดี เว้นแต่ จำเลยแจ้งต่อศาลให้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป การแถลงว่าแล้วแต่ศาลจะพิจารณาสั่ง ไม่ถือว่าเป็นการแจ้งให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป
 
 

 
 
 
 
 
Current Pageid = 105